Nike Air Max 2012 Olympic Pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

อีกไม่นาน…มหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ “โอลิมปิก 2012” ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะเริ่มต้นให้คอกีฬาได้ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์กันช่วงปลายเดือนกรกฏาคมนี้แล้ว กระแสความนิยมในแฟชั่นวงการกีฬาก็เริ่มประทุขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์กีฬาชั้นนำต่างค่อย ๆ งัดทีเด็ดออกมาดูดเงินในกระเป๋าของผู้ที่สนใจอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุด “ไนกี้” เจ้าของผลิตภัณฑ์ยักษ์ใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปล่อยรองเท้ากีฬาดีไซน์เก๋บาดใจ พร้อมสีสันอันสะดุดตามาพร้อมกันถึง 3 รุ่น เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2012

โดย รองเท้าไนกี้ทั้ง 3 รุ่นนี้ ได้แก่ Nike Air Max 90 HYP PRM NRG, Nike Air Max 95 + 360 NRG และ Nike Air Max + 2012 NRG ได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร ซึ่งนอกจากจะมีดีไซน์ที่เก๋ไก๋แล้ว รองเท้ายังมีคุณสมบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สวมใส่ออกกำลังเป็นอย่างมาก โดยใช้เทคโนโลยี Hyperfuse ซึ่งมีส่วนช่วยให้รองเท้ามีน้ำหนักเบา ทนทานและระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างของรองเท้าคอลเลคชั่นดังกล่าว ที่ทางไนกี้ภูมิใจนำเสนอมาก คือ สีสัน ที่ใช้ในการตกแต่งรองเท้าให้ดูโดดเด่นเหนือใคร ไม่ว่าจะเป็นสีแดง เหลือง ฟ้า และเขียว ที่พาดอยู่บนรองเท้า ซึ่งไนกี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของ “ตราสัญลักษณ์โอลิมปิก” นั่นเอง

สำหรับ ผู้ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของรองเท้ากีฬาเซ็ตนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดในอินเทอร์เน็ต โดยรุ่น Nike Air Max 90 HYP PRM NRG สนนราคาอยู่ที่ 119 ปอนด์ (หรือประมาณ 5,800 บาท) รุ่น Nike Air Max 95 + 360 NRG มีราคา 139 ปอนด์ (หรือประมาณ 6,800 บาท) และสุดท้ายรุ่น Nike Air Max + 2012 NRG ปักป้ายขายในราคา 145 ปอนด์ (หรือประมาณ 7,000 บาท) ซึ่งแฟน ๆ ของไนกี้หากอยากได้มาสวมใส่คงต้องรีบกันสักหน่อย เนื่องจากมีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

 

nike-air-max-2012-olympic-pack

 

Nike Air Max 90 HYP PRM NRG

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack


Nike Air Max 2012 NRG

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Reference: kapook.com

Advertisements

แฟชั่นเสื้อกล้ามรับลมร้อน ท้าลมฝนสำหรับหนุ่ม ๆ

แฟชั่นเสื้อกล้าม

ทุกวันนี้…สภาพอากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนอยู่ตลอดเวลา ทำให้บางครั้งการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ออกจากบ้านเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ เหมือนกัน ครั้นจะแต่งหล่อแบบจัดเต็มโดยใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาวก็เกรงว่าจะร้อนเกินไป วันนี้เราเลยจะมาแนะนำแฟชั่นแบบง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ดูดีได้กับ “เสื้อกล้าม” มาแนะนำให้ได้ลองนำไปมิกซ์ แอนด์ แมทช์กับเสื้อผ้า เครื่องประดับชิ้นอื่นมาลองใส่กัน

ก่อนอื่นคงต้องขอเกริ่นคร่าว ๆ ให้ทราบก่อนว่า เสื้อกล้าม ที่ดูธรรมด๊า ธรรมดาก็มีวิธีการใส่ได้หลายแบบหลายสไตล์อยู่เหมือนกัน บางคนอาจนิยมใส่เป็นเสื้อทับไว้ข้างในเชิ้ตทำงาน หรือใส่ใต้แจ็คเก็ตอีกชั้นนึง แต่บางคนก็นำมาใส่ไว้ข้างนอกเหมือนกับเสื้อชนิดอื่น ๆ ทั่วไปก็มีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิก โอกาสและความเหมาะสมด้วย

เคล็ดลับการใส่เสื้อกล้ามให้ดูดี

แฟชั่นเสื้อกล้าม

 เลือกเสื้อลายกราฟฟิคสวย ๆ

ไม่ว่าจะเป็นลายทรงเรขาคณิต คำพูดเจ๋ง ๆ วงดนตรีวงโปรด หรือกราฟฟิคสวย ๆ ก็เลือกมาใส่ได้เลย แต่อย่าลืมว่าต้องคุมโทนสีกางเกงกับรองเท้า ไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาเสื้อนะ เพราะไม่งั้นมันอาจหลายเป็นแค่เสื้อกล้ามธรรมดา ๆ ตัวหนึ่งก็ได้

แฟชั่นเสื้อกล้าม

หาเครื่องประดับมาใส่

เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อใส่เสื้อกล้ามเพียงตัวเดียวโดด ๆ โดยไม่มีแจ็คเก็ตหรือเสื้อคลุมใด ๆ มาใส่ จะทำให้ช่วงบนของคุณดูโล่งผิดปกติ ดังนั้นแนะนำว่าให้หาเครื่องประดับ เช่นสร้อยคอ ต่างหู แว่นตา หมวก หรือกระเป๋ามาใส่ เพื่อช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ลุคของคุณมันดูไม่น่าเบื่ออีกด้วย

แฟชั่นเสื้อกล้าม

เพิ่มความน่าสนใจให้กับเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่อยากให้เสื้อกล้ามที่ใส่ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นมาก นัก ให้หาเสื้อผ้า เครื่องประดับชิ้นอื่นมาช่วยแชร์ความโดดเด่นจากเสื้อออกไปบ้าง เช่น กางเกงชิโน่สีสันสดใส กระเป๋าใบใหญ่ดีไซน์แปลก ๆ หรือรองเท้าผ้าใบเท่ ๆ สักคู่ แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ

เอาล่ะ เมื่อได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อกล้ามกันไปแบบพอหอมปากหอมคอกันแล้ว ถ้างั้นเรามาดูตัวอย่างการแมทช์เสื้อกล้ามให้เข้ากับเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ดูสิว่า จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง ไปดูกันเลยยย

แฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

Reference: kapook.com

Super Size Fest 2012 Thailand Best Street World Festival

งาน Super Size Fest 2012 Thailand Best Street World Festival

OISHI CHAKULZA จัดงานระดับยักษ์ของวงการสตรีทคัลเจอร์เมืองไทยพร้อมด้วย adidas Originals และ Chimney Magazine เตรียมเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในงาน Super Size Festival 2012#1

เป็น ครั้งแรกของเมืองไทยที่สามยักษ์ใหญ่ของวงการโคจรมาจับมือกัน ไม่ว่าจะเป็นวงการเครื่องดื่ม วงการรองเท้าสตรีทแฟชั่น และวงการนิตยสารรองเท้าสตรีทคัลเจอร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย

ครั้งนี้นำทีมโดย โออิชิ ชาคูลล์ซ่า ยักษ์ใหญ่ของวงการเครื่องดื่ม จัดการแข่งขันใหญ่ของวงการ สตรีท คัลเจอร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Oishi Chakulza Graffiti Camp เพื่อประชันกับสุดยอดการแข่งขัน adidas Originals XGAMS จาก อาดิดาส ออริจินอลส์ เจ้าแห่งวงการรองเท้าและสตรีทแฟชั่นแม่ทัพใหญ่ของงการ โดยผนึกกำลังร่วมกับ Chimney Magazine เบอร์หนึ่งของงการนิตยสารรองเท้าสตรีทคัลเจอร์เมืองไทย ที่มาพร้อมกับการยกขบวนสปอนเซอร์ขาใหญ่ใจป้ำมาร่วมแจม อาทิเช่น Tiger Beer, Quiksilver, Vespa และ Boxfresh จัดงานระดับยักษ์พร้อมแขกรับเชิญวีไอพีจาก อาดิดาส ออริจินอลส์ เป็น Artist ชื่อดังจากปารีส-ฝรั่งเศส BOHER  คู่กับ ARES ชื่อดังจากสวิสเซอร์แลนด์ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานและสีสันภายในงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thailand Best Street World Festival บนพื้นที่ขนาดใหญ่หน้าลาน Central world Square A – B วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2555 นี้

สาวก Chimney Magazine และ ชาวสนีกเกอร์ตบเท้านำขบวนเตรียมลุยงานนี้กันได้เลย เพราะว่าเดอะแก๊งค์ของสตรีทคัลเจอร์ขาใหญ่ของวงการยังไม่ยอมพลาด ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีม อาทิเช่นชาว Skater, BMX, Fixed Gear, Finger Board, B-BOY ขนกันมายกแก๊งค์เพื่อชิงเงินและรางวัล Vespa คันงามจาก โออิ ชาคูลล์ซ่า และ  อาดิดาส ออริจินอลส์ เชื่อว่างานนี้คงดุเดือดกันพอสมควร ด้านฝั่ง Street Dances, DJs, Beat Box, Underground Musics แม้แต่ โก๋เอ็ม Buddha Bless, Schaum Z2-Very TV พร้อมศิลปินชื่อดังอื่นๆ ยังไม่วายขอแจมงานนี้   ใครใจใหญ่มาแจมกันได้เลย และอย่าลืมทำตัวเป็นนักช็อป เตรียมแต่งตัวกันให้แรง งัดออฟชั่นกันมาให้ครบ

งานนี้ ช็อปกันให้กระจายแถมมีโรงหนัง 5D รอท้าชนคนใจใหญ่ทั้งหลายจาก โออิชิ ชาคูลล์ซ่า เพียงแค่มีหูกระป๋องชาคูลล์ซ่า 2 หู อีกด้วย งานครั้งนี้จัดสองวันเต็มๆ เป็นที่มาของประโยคเด็ด “สองวัน วัดใจกันไปเลยว่า ใหญ่จิงป่ะ?”

เป็นการกลับมาอีกครั้งหนึ่งของปีนี้อย่างสุดยิ่งใหญ่อลังการ หลังจากปีที่แล้วประสบความสำเร็จเกินคาดกับการเปิดตัวแง้มโปรเจ็คแบบแพลมๆ เพื่อยั่วน้ำลายและเอาใจสาวกสตรีทแวร์ในวัน X’Mas 2011 ที่ผ่านมา  ปีนี้เลยขอจัดเต็ม และมาในคอนเซ็ปต์  SUPERSIZE FEST.2012#1 “THAILAND BEST STREET WORLD FESTIVAL” อย่างเป็นทางการ และได้นำเอาสตรีทคัลเจอร์ในแขนงต่างๆ มารวบรวมไว้บนพื้นเดียวกันอย่างสะใจ โดยเพิ่มพื้นที่ความสนุกเป็น 2 เท่าจากครั้งที่แล้ว Chimney Magazine ได้สานฝัน และย่อโลกของพวกเราชาวสตรีทคัลเจอร์ มารวมกันไว้ในงานนี้โดยเฉพาะ

ซึ่งงานนี้ถือเป็นการตัดเชือกรอบชิงชนะเลิศของกิจกรรม Oishi Chakulza Graffiti Camp สำหรับผู้ชนะเลิศในแต่ละภูมิภาค เพื่อมาแข่งขันหาสุดยอดกราฟฟิตี้ระดับนักศึกษาของเมืองไทย กันอีกครั้งหนึ่งอีกด้วย และถือเป็นการแข่งขัน Graffiti Super Pro เพื่อ จัดอันดับมือหนึ่งของวงการกราฟฟิตี้กันใหม่ โดยไม่แบ่งรุ่นกันอีกด้วย นับเป็นนิมิตหมายที่ยิ่งใหญ่ของวงการนี้ ที่จะได้จัดสรรอันดับกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญ B-Boy เค้าก็มาร่วมกันโชว์สเต็ปเพื่อชิงเงินและรางวัลจาก DC บนพื้นขนาดยักษ์ พร้อมด้วยเหล่า Local shop และ Local Brand ชั้นนำของเมืองไทยพร้อมใจกันมาเปิดพื้นที่เอาใจกันบนสแควร์นี้กันซะด้วยสิ

ที่นี้เรามาดูทางฟากแม่ทัพของวงการรองเท้าและสตรีทแฟชั่นเมืองไทย สีฟ้าขาวอย่าง adidas Originals กันบ้าง ที่ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งมือหนึ่งของวงการ Sneaker Customize เมืองไทยในขณะนี้ มาเพ้นท์โชว์กันจะๆ บนรองเท้าในตำนานสุดคลาสสิกอย่างรุ่น Superstar ขนาดยักษ์ 5 เมตร และเตรียมหาสุดยอดนักคัสตอมหน้าใหม่ของเมืองไทยในงานนี้อีกด้วย แม่ทัพฟ้าขาวบอกงานนี้ขอไม่ยั้ง แค่นี้ยังไม่พอ อาดิดาส ออริจินอลส์ ยังคงรุกหนักบุกอัดฉีดเงินรางวัลและ Vespa คันงามอย่างไม่น้อยหน้าด้วยเช่นกัน เพื่อเฟ้นหาอันดับหนึ่งของวงการเอ็กซ์ตรีมแต่ละแขนงไม่ว่าจะเป็น Fixed Gear, BMX, SkateBoard, Finger Skate พร้อมทั้งงัดออฟชั่นหลากหลายมาเอาใจสาวกชาวสตรีทแฟชั่น และสาวกของชิมนี่ ทั้งเรื่องผาดโผนและสไตล์แนวๆงานนี้สุดบรรยายบอกไม่หมดกันทีเดียว

สำหรับ “กิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาด” ภายในงานนี้ คือ กิจกรรมที่ชิมนี่ขออาสาสร้างวัฒนธรรมให้คนรักรองเท้าของเมืองไทย ด้วยการเหวี่ยงกราดแจกรองเท้ากว่า 100 คู่ จากแบรนด์เนมสปอนเซอร์ใจใหญ่ของเรา แบบใครดีใครได้โดยไม่มีเงื่อนไข พกมาแค่ใจขอให้ใหญ่เกินจริง รับรองหยิบฉวยกันไปได้แน่นอนในชั่วโมง Chimney Happy Hour และทุกครั้งที่ปิดท้ายรายการของกิจกรรมแต่ละวัน

นอก จากนี้ที่ไม่ควรพลาดอย่างหนักอีกอย่างหนึ่ง เมื่อมาถึงงานแล้ว ก็คือ การช็อปรองเท้า และแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่ตัวเองชื่นชอบทั้งของไทยและของนอก โดยเฉพาะ อาดิดาส ออริจนอลล์ อันนี้เต็มพิกัด เพราะชิมนี่เราคัดมาให้คุณแล้ว ในราคาพิเศษอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่เด็ดสุดก็คือ เมื่อช็อปแล้วยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัล Vespa และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายในงาน รับรองความสนุกหลากหลายรูปแบบมีทุกโซนทุกอณูของพื้นที่งาน สาวกตัวจริงของชิมนี่ห้ามพลาด เจอกัน…งานนี้อาจมี Chimney ให้สะสมกันตั้งแต่เล่มแรก!!!

งานจี๊ดขนาดนี้ ขาสตรีททั้งหลายไม่ไปไม่ได้แน่ แล้วเจอกัน!!!

SUPER SIZE FESTIVAL 2012#1

Reference: ChimneyChannel

“FXE” (Friends x Enemies) by FOR, 3 May-12 June,2012 @Galerie N‏

 “FXE” (Friends x Enemies)  @Galerie N‏ - IGOTDIZ [street stylin' story]

Opening Party:  3 พฤษภาคม 2555 เวลา 19.00 น.

FOR คือกลุ่มคนทำงานศิลปะที่รวมตัวกันในปีพ.ศ. 2553 นำโดย P7 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 18 คน ประกอบด้วยศิลปิน กราฟิก ดีไซเนอร์ นักวาดภาพประกอบ และศิลปินกราฟิตี้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นเฉพาะตัว ทุกคนแตกต่างกันในด้านของแนวความคิด รูปแบบและเทคนิคการทำงาน แต่มารวมตัวด้วยจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือการนำเสนอผลงานศิลปกรรมร่วมสมัยที่ไม่จำกัดรูปแบบ ขนาด หรือสถานที่ พวกเขาเคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยผลงานภาพเขียนบนผนังขนาดใหญ่ สูงกว่า 3 เมตรและยาวกว่า 30 เมตร ที่หอศิลป์แห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มาแล้ว สำหรับนิทรรศการ FxE (Friends x Enemies) ครั้งนี้ พวกเขานำเสนอมุมมองของคู่ตรงข้ามที่สามารถตีความได้หลายแง่มุม ผ่านผลงานศิลปะขนาดเล็กหลากหลายเทคนิคและรูปแบบ

ศิลปินในกลุ่ม FOR ประกอบด้วย P7, ยุรี เกนสาคู,  Zids, Mamafaka, Kult, Cider, Nev3er, May-T, ตะวัน วัตุยา,นริศรา เพียรวิมังสา, รักกิจ ควรหาเวช, Miss Ink, Logan Bay, W., TRK, Space Limo และ Chip7

FXE (Friends X Enemies) by FOR

3 May – 12 June 2012

Opening Party: 3 May 2012 at 7 pm at Galerie N

FXE (Friends X Enemies) Exhibition by the FOR Group, is a gathering of works that reflect a perspective of ‘the opposite’, which can be interpreted in different ways depending upon the artists’ views through their own technique and style.

‘FOR’ is a group of 18 artists led by P7, comprised of renowned artists, graphic designers, illustrators, and graffiti artists who have been widely accepted internationally and in Thailand. They have their own unique style of work, concept, and style.  Together they create unlimited possibilities of contemporary art, be it in style, size or place.  They have created a massive and impressive ‘Wall Painting’ project that measures 3x 30 meters in size at BACC.

Artist in ‘FOR’ Group are P7, Yuree Kensaku, Zids, Mamafaka, Kult, Cider, Nev3r, May-t, 01, Tawan Wattuya, Narissara Pianwimungsa, Rukkit Kuanhawate, Miss Ink, Logan Bay, W., TRK, Space Limo and Chip 7.)

www.galerienbangkok.com/info@galerienbangkok.com

 

Reference: www.goplaymagazine.com

Dr. Dre and Snoop Dogg Bring Out Eminem, 50 Cent & 2 Pac at Coachella 2012

dr dre snoop dogg coachella 2012 - IGOTDIZ [street stylin' story]

Dr. Dre และ Snoop Dogg  ขึ้นเวทีปิด Coachella Valley Music and Arts Annual Festival ด้วยโชว์หยุดโลกอีกครั้ง คู่ตำนาน Duo rapper แห่ง West Coast ทำให้แฟนๆลืมไม่ลงด้วยการนำแทร็กสุดฮิด และแขกสุด surprise ที่อินดิโอ, แคลิฟอร์เนีย Snoop  และ Dr. Dre เริ่มด้วย ”The Next Episode”, “Kush”, “Gin & Juice”  ก่อนที่ Snoop จะแร็พ ”It Ain’t No Fun” กับ Kurupt และ Warren G เพื่อรำลึกถึง Nate Dogg  ตามด้วย Wiz Khalifa ขึ้นมาแร็พเพลง “Young, Wild & Free” ในขณะที่ Kendrick Lamar ร่วมกับ Dre กับแทร็ก “The Recipe”

50 Cent back up โดย Tony Yayo surprise แฟน ๆ พร้อมกับเพลงฮิต ได้แก่ “What Up Gangsta”, “P.I.M.P” ทิ้งทายด้วย “In Da Club” ตามด้วยโชว์แห่งความทรงจำที่สุดในคืนนั้น ด้วยการฉายโฮโลแกรม surreal ของ 2Pac ตัวเป็นๆกับแทร็ก “Hail Mary” และ Snoop Dogg แร็พคู่ 2Pac กับสุดยอดแทร็กแห่งตำนาน “Amerikka’s Most Wanted” (ช่วงนี้บอกได้ว่าขนลุกเลยเหมือน 2Pac กลับมาเล่นสดอีกครั้ง) และ Eminem เป็นแขกคนสุดท้ายกับเพลง ผู้ดำเนินการ “I Need A Doctor”, “Forgot About Dre” และปิดท้ายคืนนั้นด้วยโชว์ของทั้งคู่อีกครั้ง

Dr. Dre and Snoop Dogg closed out the Coachella Valley Music and Arts Annual Festival  with a show-stopping headline performance. The West Coast legendary duo treated fans to an extravaganza of hits and surprise guest appearances at Indio, California. The duo lit the stage up with their collaboration tracks ”The Next Episode”, “Kush”, “Gin & Juice” before Snoop provided a Nate Dogg tribute with ”It Ain’t No Fun” alongside Kurupt and Warren G. Wiz Khalifa stepped up for “Young, Wild & Free” whilst Kendrick Lamar joined Dre for “The Recipe”.

50 Cent, backed by Tony Yayo also surprised fans with hits including “What Up Gangsta”, “P.I.M.P” and “In Da Club” before the biggest talking point of the night, a surreal hologram of 2Pac appeared for tracks “Hail Mary” and “Amerikka’s Most Wanted”. The last guest was Eminem who performed “I Need A Doctor”, “Forgot About Dre” plus more. Relive it all below.


น่าเสียดาย Video HD full version เต็มโดนลบไปแล้ว T.T

“พันธุ์หมาบ้า” ร้านเสื้อแนวๆ สไตล์ หนุ่ม-อรรถพร

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

เราได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม เสื้อพันธุ์หมาบ้า นี้มาสักระยะและแต่ไม่เคยลอง หลังจากที่เพิ่งซื้อเสื้อคอวียี่ห้อพันธุ์หมาบ้ามาใส่จากคำแนะนำของเพื่อนๆที่ใส่อยู่แล้ว ยอมรับว่าใส่สบายและงานเค้าดีตามคำบอกเล่าจริงๆครับ เลยลองไปหาเรื่องราวความเป็นมา มาให้อ่านกันครับ

จากหนังสือขวัญใจเด็กแนว (ยุคแรก) พันธุ์หมาบ้า ของชาติ กอบจิตติ ที่เป็นหนังสือในดวงใจของพระเอกมาดเซอร์ หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร ที่ตกลงเลือกมาใช้เป็นชื่อร้านและชื่อแบรนด์ธุรกิจเสื้อผ้าที่ร่วมกับหุ้น ส่วนนอกวงการอีก 4 คน พันธุ์หมาบ้า ที่มีทั้งกางเกงขายาว ขาสั้น เสื้อคอโปโล คอวี คอกลม ให้เลือกใส่ได้ตามใจชอบ

“จริง ๆ ผมไม่ใช่คนเริ่มหรอก มีรุ่นพี่ของผมเขาทำมาก่อนแล้วก็ชวนผมทำ ซึ่งผมก็ดูในเรื่องลุคส์ของเสื้อผ้า เรื่องของแฟชั่น เรื่องการตลาดประมาณนี้ เหมือนเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของสินค้าตัวนี้ มีหน้าที่คือดูแลเกี่ยวกับ แบรนด์พันธุ์หมาบ้า”

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

ทำไมถึงต้องเป็น พันธุ์หมาบ้า “ลิขสิทธิ์ นี้เป็นของพี่ชาติ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ซึ่งชื่อร้านและชื่อแบรนด์คือ พันธุ์หมาบ้า ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดร้านพันธุ์หมาบ้าขึ้นมา เพราะทุกคนที่ทำมีความคิดเห็นตรงกันว่าอยากจะทำอะไรแบบนี้ก็เลยใช้ชื่อว่า พันธุ์หมาบ้า

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

“ในเรื่องของการออกแบบ บางทีผมก็จะช่วยวางตำแหน่งของตัวหมาบ้าง เช่น อยากให้หมาอยู่ตรงไหนที่เสื้อก็จะคุยกัน จะให้มีหางหมา เล็ก ๆ โผล่มาตรงกระเป๋า หรือวันหนึ่งอาจจะแตกไปเป็นสินค้าตัวอื่นก็ได้ โดยยังเป็นพันธุ์หมาบ้าเหมือนเดิม ตอนนี้ยังมีแบบเสื้อ เสื้อเชิ้ตที่กำลังทำอยู่ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการดูอยู่ว่ามันโอ.เค.ไหม เราต้องเช็กทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนว่าสมบูรณ์แล้วจริง ๆ นอกจากนี้ก็จะมีกางเกงขายาวเพิ่มขึ้นมาอีก ส่วนจะคิดไปถึงโปรดักต์อื่น ๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้ามันแข็งแรงก่อน จากนั้นพวกหมวก กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด หรืออะไรก็จะตามมา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นไลน์ที่ผมเล็งไว้แล้วว่าต้องมีแน่ ๆ ในอนาคต”

นอกจากสินค้าที่ออกแบบเอง อนาคตก็จะมีศิลปิน นักแสดงชื่อดังมาร่วมออกแบบในสินค้ารุ่นพิเศษด้วย “ก็ รอเวลาที่เหมาะสมว่ามันควรจะออกมาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง กลุ่มลูกค้าของร้านส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่ต้องเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเนื้อผ้าและคุณภาพของสินค้า คือ ถ้าลอง ใส่เสื้อของพันธุ์หมาบ้าแล้วจะรู้ว่าผ้ามันเจ๋งจริง ๆ ใส่สบายมากเลย ทั้งคอโปโล คอกลม คอวี กางเกงก็มี แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่น คนตีกอล์ฟก็ใส่ได้สบาย ผู้ชายบางคนก็ใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นแบบคลุมเข่านิด ๆ ของผู้หญิงก็มีครับ เสื้อจะเป็น แบบเหมือนกันแต่มันจะเข้าเอวมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง แล้วก็จะมีกางเกงแบบที่เป็นผู้หญิงมากขึ้นคือสั้นขึ้นมาหน่อย”

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]
เรียกว่ากลุ่มลูกค้า กว้างมาก ๆ มีทุกเพศ ทุกวัย “เรา พยายาม ทำแบบให้มันไม่จัด คือ ไม่ใช่รสจัดจนต้องเลือกข้าง ทุกอย่างมันจะเรียบ ๆ แต่ใส่สบายครับ ราคาไม่แพงมาก อย่างเสื้อยืดคอกลม คอวี ก็จะอยู่ที่ตัวละ 290 บาท ถ้าเป็นกางเกงขายาวแพงสุดจะอยู่ประมาณ 1,200-1,500 บาท ส่วนกางเกงยีนส์กำลังจะทำเพราะตลาดกางเกงยีนส์มันเป็นอีกแบบหนึ่ง ต้องศึกษาก่อนแต่ไม่นานคงได้เห็น”

“สำหรับผมไม่กดดันเลย ไม่ได้กังวลด้วย เรื่องการเป็นนักแสดงกับการทำธุรกิจเนี่ย “หนุ่ม-อรรถพร ตอบคำถามยอดฮิต “ผม ว่ามันไม่เกี่ยวกัน ทุกอย่างมันไม่เกี่ยว อาชีพนักแสดงมันก็เป็นงานของผมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าร้านเสื้อผ้ามันเป็นงานใหม่ที่ผมทำ เป็นงานอีกแบบหนึ่งที่ผมตัดสินใจที่จะทำ ความรู้สึกกดดันมันไม่มีผลอะไรกับผม ผมมองว่างานทุกส่วนมีความสำคัญเท่ากันหมด ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเราอยู่ที่ตรงไหนเราก็ทำตรงนั้นให้มันเต็มที่”

“เรื่องแบ่งเวลาก็ไม่ได้ยุ่ง ยากอะไร เดี๋ยวนี้เราใช้โทร.คุยกันก็ได้ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ละครก็ไม่ได้ถ่ายทุกวัน บางทีอาทิตย์หนึ่งก็ 2-3 วัน แต่บางอาทิตย์วันเดียว ก็มีเวลาไปทำงานอย่างอื่น”

ง่ายไปเสียทุกเรื่อง แม้แต่เวลามีปัญหาก็จัดการได้ง่าย ๆ “ปัญหาจริง ๆ ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น มีอะไร ก็ค่อยๆ คุยกันไป ถ้าสมมติว่ามีปัญหาเรื่องราคาการผลิต ราคาขายส่ง ราคาขายปลีก ก็คุย ๆ กันไป มีปัญหาเรื่องการดีไซน์เราก็คุยกัน ผมคิดว่าถ้าเราได้คุยกันปัญหามันก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป การทำงานของผมมันง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ทำแต่ละอย่างที่ทำอยู่ให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ส่วนผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ผมว่าในที่สุดแล้วถ้าเราตั้งใจมันก็มักจะมีอะไรดี ๆ กลับมาเสมอ”

“ผมมองว่าการทำ ธุรกิจต้องเริ่มจากอะไรที่มันเล็ก ๆ จะดีที่สุด ค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ อย่าเพิ่งไปหมดแรงกับมัน อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ผมว่าวันหนึ่งมันจะมีอะไรดี ๆ กลับมาครับ”

ง่ายๆ สบายๆ เหมือนกับธุรกิจเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่สวมใส่สบายในชื่อ พันธุ์หมาบ้า นี่แหละ

อ่านความเป็นมาของเสื้อแบรนด์นี้แล้วสนใจลองเข้าไปที่ Facebook Fanpage ของเค้ากันดูครับ
www.facebook.com/pages/พันธุ์หมาบ้า-วังหลัง

 

Reference: http://www.mrthaijob.com

พลัสถิ่น By Plus one ครั้งแรกกับสตรีทอารท์โชว์ในลพบุรี

พลัสถิ่น By Plus one - IGOTDIZ [street stylin' story]

พลัสถิ่น By Plus one ครั้งแรกกับสตรีทอารท์โชว์ในลพบุรี

THE FIRST STREET ART PARTY IN LOP BURI

หนึ่งวัน สองศิลปิน

MAMACUP 711   |   TIKKYWOW

พลัสถิ่น By Plus one ครั้งแรกกับสตรีทอารท์โชว์ในลพบุรี - IGOTDIZ [street stylin' story]

กับศิลปะบนท้องถนน กราฟฟิกตี้

ยินดีต้อนรับสู่ปาร์ตี้บนท้องถนน

กิน   ดื่ม   ศิลปะ   แสดงสด

 เสาร์ที่ 7 เมษายน 2055

|

Saturday April 7 2012

 17.00 – 22.00

|

 5 pm – 10 pm

 ถนน วัดพระศรี

|  Watprathat Road

ร้านมาเหอะบาร์

สงกรานต์นี้ จะใช้ปืนฉีดน้ำแบบไหนดี?

ยิ่งนับวันอากาศยิ่งร้อนขึ้นทุกที อีกเพียงสองอาทิตย์เราก็จะได้ดับร้อนกันแล้ว แล้วสงกรานต์ปีนี้มีอาวุธคู่กายกันยังครับ? เรามาดูประเภทของปืนฉีดน้ำบางส่วนกันครับเผื่อเป็นการช่วยในการตัดสินใจซื้อปืนฉีดน้ำนะครับ
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
แบบแรก M Gun ขนาดพอดีๆน่ารักๆไม่ทำลายบรรยากาศและสุภาพต่อสุภาพสตรี
ตัวที่สองนี้ มีระบบบาเรีย รุกได้รับได้ เหมาะมากสำหรับนักเล่นน้ำใหม่ เวลายิงเข้าตาชาวบ้าน อาจไม่โดนโกรธหรือทำหน้าโหดใส่เพราะพี่ม่อนเค้าช่วยครับ
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
ต่อมา S Gun พลังทำลายต่ำ ซัดใส่เด็กเล็กได้โดยไม่รู้สึกผิดแบบนี้เป็นแบบแรกๆที่ผมเคยใช้ตั้งแต่จำความได้นะ
 
L Gun เป็นตัวที่มีแรงทำลายสูงจัดอยู่ในแร็งค์ต้นๆเลยครับ โดนเข้าหน้าทีอาจมีเคืองกันได้อันนี้แนะนำยิงระยะไกลอารมณ์สไนเปอร์
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
ถัดมาเป็น XXL Gun ตัวนี้ไม่แนะนำครับไปซัดระยะประชิดตัว คุณอาจโดนเกลียดตลอดชีวิตหรือไม่แน่ก็เผาบ้านกันไปเลย
ตัว ต่อมาตัวนี้มีระบบเนวิเกเตอร์และระบบเซนเซอร์สามารถแยกเพศได้ เพศผู้, เพศเมียหรือเพศผสม และยังสามารถแยกเชื้อชาติได้ด้วยนะครับ ฝรั่ง,ญี่ปุ่น,เกาหลีแยกได้หมดครับเพราะมีชิปอัจฉริยะรองรับ
แต่อาจจะหาซื้อได้ยากนิดนึงนะครับหรืออาจไม่เจอลองหาตาม ebay ดูนะครับ
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
 คลังปืนฉิดน้ำ - IGOTDIZ [street stylin' story]
ส่วนตัวนี้แนะนำสำหรับสุภาพสตรีที่อยากให้หลังเล่นเส็ดยังสวยอยู่ ครับมีระบบป้องกันสูงสุดเจอกิ๊กก็หลบได้ครับถ้าฟิลม์ท่านมึดใช้ได้
สุดท้ายนี้จะใช้ตัวไหนกันก็ขอให้เล่นน้ำอย่างมีความสุขและรักษาประเพณี ดีๆของไทยเราไว้นะขอรับส่วนตัวผมคงใช้ขันคับเบๆแต่ดูจริงใจๆดีครับ
ขอให้ทุกคนมันส์กันให้ถึงขั้วและแฉะกันให้ทั่วหน้าเอ้ย!!เปียกกันทั่วหน้า ^^”

Ray-Ban ‘Legends’ 2012 Collection

Raybans legends collection 2012 - IGOTDIZ [street stylin' story]

Ray-Ban ฉลองการเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (international cultural icon) เป็นเวลานานถึง 75 ปี โดยการปล่อย Legends Collection คอลเลคชั่นนี้เหมือนเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ที่ประกอบด้วยเฟรมคลาสสิกของแบรนด์และสองเฟรมใหม่ – Laramy และ Meteor

สำหรับทรงนักบิน (Aviator) สุดคลาสสิกและกรอบทรงกลม (Round gold) Ray-Ban เลือกใช้เลนส์สีชมพู, สีเขียวและสีฟ้าเหมือนย้อนกลับไปในยุค 60s ในขณะที่เฟรม Meteor และ Laramy ใหม่มาในสีที่สดใส (vivid colours) และกระดองเต่า

Ray Ban Legend Collection นี้น่าจะว่างขายให้เราๆเป็นเจ้าของในอีกไม่กี่สัปดาห์ครับ

 

Ray-Ban celebrates being an international cultural icon for 75 years and does it by releasing the Legends Collection, consisting of reinvented classic Ray-Ban frames and two new styles – Laramy and Meteor.

On the classic Aviator and Round gold frames, Ray-Ban introduces to it tinted lenses in pink, green and blue representing sunglasses in the 60s. While the new Meteor and Laramy frames come in a choice of vivid colours and tortoise shell.

Look out for Ray-Ban Legends Collection in authorised stockists soon.

Ray-Ban 'Legends' 2012 Collection - IGOTDIZ [street stlyin' story]

History of Ray Ban

Ray Ban Story - IGOTDIZ [street stylin' story]
Douglas-MacArthur-Ray-Ban-Aviators - IGOTDIZ [street stylin' story]นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2480 เรย์แบนได้ถือกำเนิด และผลิตแว่นกันแดดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ในครั้งนั้นเรย์แบนนำเสนอรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียว มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระ กล้าหาญ และเสรี นับแต่นั้นเรย์แบนได้สร้างความเชื่อถือในใจของผู้สวมใส่ และเป็นผู้นำในการผลิตแว่นกันแดดของโลกตลอดมา โดยจะเห็นได้ว่าความสำเร็จของเครื่องหมายทางการค้า เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในด้านสไตล์และคุณภาพ

การผลิตในช่วงแรกนั้น  ได้ผลิตและวิจัยโดยบริษัทบัสแอนรอม และ เพื่อให้กับทางกองทัพอากาศสหรัสอเมริกาในช่วงนั้นจึงได้ผลิต เป็นเลนส์ N-15 ในช่วง 30 ปี ที่ผ่านและได้เปลี่ยน เป็น เลนส์ G-15 จากสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสายตามนุษย์ และลดการผิดเพียนของสีได้น้อยที่สุด จึงได้รับความนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รุ่นที่โด้งดังเช่น ทรง AVIATOR (ทรงนักบิน) และในช่วงแรกนี้เองก็ได้ผลิตที่ USA เท่านั้น

หลังจาก ปี 1999 ทางเรย์แบนก็ได้เปลี่ยน ฐานผลิตมาเป็นที่ อิตาลี และได้ทำการผลิตแว่นและเลนส์เองโดยไม่ได้ ให้ทาง บริษัท บัสแอนรอม ผลิตต่อ ดังนั้นในช่วงที่ บริษัท บัสแอนรอม ผลิตนั้น ใด้ใช้ชื่อย่อเป็น BL และก็เปลี่ยน เป็น RB หลังปี 1999 เป็นมา ต่อมาก็ได้มีการผลิตเพิ่มเติมที่ประเทศจีนในส่วนของแว่นสายตาเป็นส่วนมา และแว่นกันแดดเป็นบางส่วน

History of Ray Ban - IGOTDIZ [street stylin' story]

หลังจากได้อ่านประวัติคร่าวๆของ brand แว่นสุดฮิตตลอดกาลแล้ว เรามาดู  5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ กันครับ