Nike Air Max 2012 Olympic Pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

อีกไม่นาน…มหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ “โอลิมปิก 2012” ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะเริ่มต้นให้คอกีฬาได้ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์กันช่วงปลายเดือนกรกฏาคมนี้แล้ว กระแสความนิยมในแฟชั่นวงการกีฬาก็เริ่มประทุขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์กีฬาชั้นนำต่างค่อย ๆ งัดทีเด็ดออกมาดูดเงินในกระเป๋าของผู้ที่สนใจอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุด “ไนกี้” เจ้าของผลิตภัณฑ์ยักษ์ใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปล่อยรองเท้ากีฬาดีไซน์เก๋บาดใจ พร้อมสีสันอันสะดุดตามาพร้อมกันถึง 3 รุ่น เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2012

โดย รองเท้าไนกี้ทั้ง 3 รุ่นนี้ ได้แก่ Nike Air Max 90 HYP PRM NRG, Nike Air Max 95 + 360 NRG และ Nike Air Max + 2012 NRG ได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร ซึ่งนอกจากจะมีดีไซน์ที่เก๋ไก๋แล้ว รองเท้ายังมีคุณสมบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สวมใส่ออกกำลังเป็นอย่างมาก โดยใช้เทคโนโลยี Hyperfuse ซึ่งมีส่วนช่วยให้รองเท้ามีน้ำหนักเบา ทนทานและระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างของรองเท้าคอลเลคชั่นดังกล่าว ที่ทางไนกี้ภูมิใจนำเสนอมาก คือ สีสัน ที่ใช้ในการตกแต่งรองเท้าให้ดูโดดเด่นเหนือใคร ไม่ว่าจะเป็นสีแดง เหลือง ฟ้า และเขียว ที่พาดอยู่บนรองเท้า ซึ่งไนกี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของ “ตราสัญลักษณ์โอลิมปิก” นั่นเอง

สำหรับ ผู้ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของรองเท้ากีฬาเซ็ตนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดในอินเทอร์เน็ต โดยรุ่น Nike Air Max 90 HYP PRM NRG สนนราคาอยู่ที่ 119 ปอนด์ (หรือประมาณ 5,800 บาท) รุ่น Nike Air Max 95 + 360 NRG มีราคา 139 ปอนด์ (หรือประมาณ 6,800 บาท) และสุดท้ายรุ่น Nike Air Max + 2012 NRG ปักป้ายขายในราคา 145 ปอนด์ (หรือประมาณ 7,000 บาท) ซึ่งแฟน ๆ ของไนกี้หากอยากได้มาสวมใส่คงต้องรีบกันสักหน่อย เนื่องจากมีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

 

nike-air-max-2012-olympic-pack

 

Nike Air Max 90 HYP PRM NRG

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack


Nike Air Max 2012 NRG

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

nike-air-max-2012-olympic-pack

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Nike Air Max 95 + 360 NRG

Reference: kapook.com

Advertisements

แฟชั่นเสื้อกล้ามรับลมร้อน ท้าลมฝนสำหรับหนุ่ม ๆ

แฟชั่นเสื้อกล้าม

ทุกวันนี้…สภาพอากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนอยู่ตลอดเวลา ทำให้บางครั้งการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ออกจากบ้านเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ เหมือนกัน ครั้นจะแต่งหล่อแบบจัดเต็มโดยใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาวก็เกรงว่าจะร้อนเกินไป วันนี้เราเลยจะมาแนะนำแฟชั่นแบบง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ดูดีได้กับ “เสื้อกล้าม” มาแนะนำให้ได้ลองนำไปมิกซ์ แอนด์ แมทช์กับเสื้อผ้า เครื่องประดับชิ้นอื่นมาลองใส่กัน

ก่อนอื่นคงต้องขอเกริ่นคร่าว ๆ ให้ทราบก่อนว่า เสื้อกล้าม ที่ดูธรรมด๊า ธรรมดาก็มีวิธีการใส่ได้หลายแบบหลายสไตล์อยู่เหมือนกัน บางคนอาจนิยมใส่เป็นเสื้อทับไว้ข้างในเชิ้ตทำงาน หรือใส่ใต้แจ็คเก็ตอีกชั้นนึง แต่บางคนก็นำมาใส่ไว้ข้างนอกเหมือนกับเสื้อชนิดอื่น ๆ ทั่วไปก็มีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิก โอกาสและความเหมาะสมด้วย

เคล็ดลับการใส่เสื้อกล้ามให้ดูดี

แฟชั่นเสื้อกล้าม

 เลือกเสื้อลายกราฟฟิคสวย ๆ

ไม่ว่าจะเป็นลายทรงเรขาคณิต คำพูดเจ๋ง ๆ วงดนตรีวงโปรด หรือกราฟฟิคสวย ๆ ก็เลือกมาใส่ได้เลย แต่อย่าลืมว่าต้องคุมโทนสีกางเกงกับรองเท้า ไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาเสื้อนะ เพราะไม่งั้นมันอาจหลายเป็นแค่เสื้อกล้ามธรรมดา ๆ ตัวหนึ่งก็ได้

แฟชั่นเสื้อกล้าม

หาเครื่องประดับมาใส่

เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อใส่เสื้อกล้ามเพียงตัวเดียวโดด ๆ โดยไม่มีแจ็คเก็ตหรือเสื้อคลุมใด ๆ มาใส่ จะทำให้ช่วงบนของคุณดูโล่งผิดปกติ ดังนั้นแนะนำว่าให้หาเครื่องประดับ เช่นสร้อยคอ ต่างหู แว่นตา หมวก หรือกระเป๋ามาใส่ เพื่อช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ลุคของคุณมันดูไม่น่าเบื่ออีกด้วย

แฟชั่นเสื้อกล้าม

เพิ่มความน่าสนใจให้กับเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่อยากให้เสื้อกล้ามที่ใส่ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นมาก นัก ให้หาเสื้อผ้า เครื่องประดับชิ้นอื่นมาช่วยแชร์ความโดดเด่นจากเสื้อออกไปบ้าง เช่น กางเกงชิโน่สีสันสดใส กระเป๋าใบใหญ่ดีไซน์แปลก ๆ หรือรองเท้าผ้าใบเท่ ๆ สักคู่ แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ

เอาล่ะ เมื่อได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อกล้ามกันไปแบบพอหอมปากหอมคอกันแล้ว ถ้างั้นเรามาดูตัวอย่างการแมทช์เสื้อกล้ามให้เข้ากับเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ดูสิว่า จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง ไปดูกันเลยยย

แฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้ามแฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

แฟชั่นเสื้อกล้าม

Reference: kapook.com

“พันธุ์หมาบ้า” ร้านเสื้อแนวๆ สไตล์ หนุ่ม-อรรถพร

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

เราได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม เสื้อพันธุ์หมาบ้า นี้มาสักระยะและแต่ไม่เคยลอง หลังจากที่เพิ่งซื้อเสื้อคอวียี่ห้อพันธุ์หมาบ้ามาใส่จากคำแนะนำของเพื่อนๆที่ใส่อยู่แล้ว ยอมรับว่าใส่สบายและงานเค้าดีตามคำบอกเล่าจริงๆครับ เลยลองไปหาเรื่องราวความเป็นมา มาให้อ่านกันครับ

จากหนังสือขวัญใจเด็กแนว (ยุคแรก) พันธุ์หมาบ้า ของชาติ กอบจิตติ ที่เป็นหนังสือในดวงใจของพระเอกมาดเซอร์ หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร ที่ตกลงเลือกมาใช้เป็นชื่อร้านและชื่อแบรนด์ธุรกิจเสื้อผ้าที่ร่วมกับหุ้น ส่วนนอกวงการอีก 4 คน พันธุ์หมาบ้า ที่มีทั้งกางเกงขายาว ขาสั้น เสื้อคอโปโล คอวี คอกลม ให้เลือกใส่ได้ตามใจชอบ

“จริง ๆ ผมไม่ใช่คนเริ่มหรอก มีรุ่นพี่ของผมเขาทำมาก่อนแล้วก็ชวนผมทำ ซึ่งผมก็ดูในเรื่องลุคส์ของเสื้อผ้า เรื่องของแฟชั่น เรื่องการตลาดประมาณนี้ เหมือนเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของสินค้าตัวนี้ มีหน้าที่คือดูแลเกี่ยวกับ แบรนด์พันธุ์หมาบ้า”

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

ทำไมถึงต้องเป็น พันธุ์หมาบ้า “ลิขสิทธิ์ นี้เป็นของพี่ชาติ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ซึ่งชื่อร้านและชื่อแบรนด์คือ พันธุ์หมาบ้า ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดร้านพันธุ์หมาบ้าขึ้นมา เพราะทุกคนที่ทำมีความคิดเห็นตรงกันว่าอยากจะทำอะไรแบบนี้ก็เลยใช้ชื่อว่า พันธุ์หมาบ้า

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

“ในเรื่องของการออกแบบ บางทีผมก็จะช่วยวางตำแหน่งของตัวหมาบ้าง เช่น อยากให้หมาอยู่ตรงไหนที่เสื้อก็จะคุยกัน จะให้มีหางหมา เล็ก ๆ โผล่มาตรงกระเป๋า หรือวันหนึ่งอาจจะแตกไปเป็นสินค้าตัวอื่นก็ได้ โดยยังเป็นพันธุ์หมาบ้าเหมือนเดิม ตอนนี้ยังมีแบบเสื้อ เสื้อเชิ้ตที่กำลังทำอยู่ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการดูอยู่ว่ามันโอ.เค.ไหม เราต้องเช็กทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนว่าสมบูรณ์แล้วจริง ๆ นอกจากนี้ก็จะมีกางเกงขายาวเพิ่มขึ้นมาอีก ส่วนจะคิดไปถึงโปรดักต์อื่น ๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้ามันแข็งแรงก่อน จากนั้นพวกหมวก กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด หรืออะไรก็จะตามมา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นไลน์ที่ผมเล็งไว้แล้วว่าต้องมีแน่ ๆ ในอนาคต”

นอกจากสินค้าที่ออกแบบเอง อนาคตก็จะมีศิลปิน นักแสดงชื่อดังมาร่วมออกแบบในสินค้ารุ่นพิเศษด้วย “ก็ รอเวลาที่เหมาะสมว่ามันควรจะออกมาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง กลุ่มลูกค้าของร้านส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่ต้องเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเนื้อผ้าและคุณภาพของสินค้า คือ ถ้าลอง ใส่เสื้อของพันธุ์หมาบ้าแล้วจะรู้ว่าผ้ามันเจ๋งจริง ๆ ใส่สบายมากเลย ทั้งคอโปโล คอกลม คอวี กางเกงก็มี แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่น คนตีกอล์ฟก็ใส่ได้สบาย ผู้ชายบางคนก็ใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นแบบคลุมเข่านิด ๆ ของผู้หญิงก็มีครับ เสื้อจะเป็น แบบเหมือนกันแต่มันจะเข้าเอวมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง แล้วก็จะมีกางเกงแบบที่เป็นผู้หญิงมากขึ้นคือสั้นขึ้นมาหน่อย”

"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]"พันธุ์หมาบ้า" ร้านเสื้อแนวๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]
เรียกว่ากลุ่มลูกค้า กว้างมาก ๆ มีทุกเพศ ทุกวัย “เรา พยายาม ทำแบบให้มันไม่จัด คือ ไม่ใช่รสจัดจนต้องเลือกข้าง ทุกอย่างมันจะเรียบ ๆ แต่ใส่สบายครับ ราคาไม่แพงมาก อย่างเสื้อยืดคอกลม คอวี ก็จะอยู่ที่ตัวละ 290 บาท ถ้าเป็นกางเกงขายาวแพงสุดจะอยู่ประมาณ 1,200-1,500 บาท ส่วนกางเกงยีนส์กำลังจะทำเพราะตลาดกางเกงยีนส์มันเป็นอีกแบบหนึ่ง ต้องศึกษาก่อนแต่ไม่นานคงได้เห็น”

“สำหรับผมไม่กดดันเลย ไม่ได้กังวลด้วย เรื่องการเป็นนักแสดงกับการทำธุรกิจเนี่ย “หนุ่ม-อรรถพร ตอบคำถามยอดฮิต “ผม ว่ามันไม่เกี่ยวกัน ทุกอย่างมันไม่เกี่ยว อาชีพนักแสดงมันก็เป็นงานของผมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าร้านเสื้อผ้ามันเป็นงานใหม่ที่ผมทำ เป็นงานอีกแบบหนึ่งที่ผมตัดสินใจที่จะทำ ความรู้สึกกดดันมันไม่มีผลอะไรกับผม ผมมองว่างานทุกส่วนมีความสำคัญเท่ากันหมด ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเราอยู่ที่ตรงไหนเราก็ทำตรงนั้นให้มันเต็มที่”

“เรื่องแบ่งเวลาก็ไม่ได้ยุ่ง ยากอะไร เดี๋ยวนี้เราใช้โทร.คุยกันก็ได้ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ละครก็ไม่ได้ถ่ายทุกวัน บางทีอาทิตย์หนึ่งก็ 2-3 วัน แต่บางอาทิตย์วันเดียว ก็มีเวลาไปทำงานอย่างอื่น”

ง่ายไปเสียทุกเรื่อง แม้แต่เวลามีปัญหาก็จัดการได้ง่าย ๆ “ปัญหาจริง ๆ ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น มีอะไร ก็ค่อยๆ คุยกันไป ถ้าสมมติว่ามีปัญหาเรื่องราคาการผลิต ราคาขายส่ง ราคาขายปลีก ก็คุย ๆ กันไป มีปัญหาเรื่องการดีไซน์เราก็คุยกัน ผมคิดว่าถ้าเราได้คุยกันปัญหามันก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป การทำงานของผมมันง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ทำแต่ละอย่างที่ทำอยู่ให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ส่วนผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ผมว่าในที่สุดแล้วถ้าเราตั้งใจมันก็มักจะมีอะไรดี ๆ กลับมาเสมอ”

“ผมมองว่าการทำ ธุรกิจต้องเริ่มจากอะไรที่มันเล็ก ๆ จะดีที่สุด ค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ อย่าเพิ่งไปหมดแรงกับมัน อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ผมว่าวันหนึ่งมันจะมีอะไรดี ๆ กลับมาครับ”

ง่ายๆ สบายๆ เหมือนกับธุรกิจเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่สวมใส่สบายในชื่อ พันธุ์หมาบ้า นี่แหละ

อ่านความเป็นมาของเสื้อแบรนด์นี้แล้วสนใจลองเข้าไปที่ Facebook Fanpage ของเค้ากันดูครับ
www.facebook.com/pages/พันธุ์หมาบ้า-วังหลัง

 

Reference: http://www.mrthaijob.com

Ray-Ban ‘Legends’ 2012 Collection

Raybans legends collection 2012 - IGOTDIZ [street stylin' story]

Ray-Ban ฉลองการเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (international cultural icon) เป็นเวลานานถึง 75 ปี โดยการปล่อย Legends Collection คอลเลคชั่นนี้เหมือนเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ที่ประกอบด้วยเฟรมคลาสสิกของแบรนด์และสองเฟรมใหม่ – Laramy และ Meteor

สำหรับทรงนักบิน (Aviator) สุดคลาสสิกและกรอบทรงกลม (Round gold) Ray-Ban เลือกใช้เลนส์สีชมพู, สีเขียวและสีฟ้าเหมือนย้อนกลับไปในยุค 60s ในขณะที่เฟรม Meteor และ Laramy ใหม่มาในสีที่สดใส (vivid colours) และกระดองเต่า

Ray Ban Legend Collection นี้น่าจะว่างขายให้เราๆเป็นเจ้าของในอีกไม่กี่สัปดาห์ครับ

 

Ray-Ban celebrates being an international cultural icon for 75 years and does it by releasing the Legends Collection, consisting of reinvented classic Ray-Ban frames and two new styles – Laramy and Meteor.

On the classic Aviator and Round gold frames, Ray-Ban introduces to it tinted lenses in pink, green and blue representing sunglasses in the 60s. While the new Meteor and Laramy frames come in a choice of vivid colours and tortoise shell.

Look out for Ray-Ban Legends Collection in authorised stockists soon.

Ray-Ban 'Legends' 2012 Collection - IGOTDIZ [street stlyin' story]

History of Ray Ban

Ray Ban Story - IGOTDIZ [street stylin' story]
Douglas-MacArthur-Ray-Ban-Aviators - IGOTDIZ [street stylin' story]นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2480 เรย์แบนได้ถือกำเนิด และผลิตแว่นกันแดดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ในครั้งนั้นเรย์แบนนำเสนอรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียว มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระ กล้าหาญ และเสรี นับแต่นั้นเรย์แบนได้สร้างความเชื่อถือในใจของผู้สวมใส่ และเป็นผู้นำในการผลิตแว่นกันแดดของโลกตลอดมา โดยจะเห็นได้ว่าความสำเร็จของเครื่องหมายทางการค้า เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในด้านสไตล์และคุณภาพ

การผลิตในช่วงแรกนั้น  ได้ผลิตและวิจัยโดยบริษัทบัสแอนรอม และ เพื่อให้กับทางกองทัพอากาศสหรัสอเมริกาในช่วงนั้นจึงได้ผลิต เป็นเลนส์ N-15 ในช่วง 30 ปี ที่ผ่านและได้เปลี่ยน เป็น เลนส์ G-15 จากสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสายตามนุษย์ และลดการผิดเพียนของสีได้น้อยที่สุด จึงได้รับความนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รุ่นที่โด้งดังเช่น ทรง AVIATOR (ทรงนักบิน) และในช่วงแรกนี้เองก็ได้ผลิตที่ USA เท่านั้น

หลังจาก ปี 1999 ทางเรย์แบนก็ได้เปลี่ยน ฐานผลิตมาเป็นที่ อิตาลี และได้ทำการผลิตแว่นและเลนส์เองโดยไม่ได้ ให้ทาง บริษัท บัสแอนรอม ผลิตต่อ ดังนั้นในช่วงที่ บริษัท บัสแอนรอม ผลิตนั้น ใด้ใช้ชื่อย่อเป็น BL และก็เปลี่ยน เป็น RB หลังปี 1999 เป็นมา ต่อมาก็ได้มีการผลิตเพิ่มเติมที่ประเทศจีนในส่วนของแว่นสายตาเป็นส่วนมา และแว่นกันแดดเป็นบางส่วน

History of Ray Ban - IGOTDIZ [street stylin' story]

หลังจากได้อ่านประวัติคร่าวๆของ brand แว่นสุดฮิตตลอดกาลแล้ว เรามาดู  5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ กันครับ

5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ

5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

ทุกวันนี้คำว่า “แฟชั่น” ไม่ได้หมายถึงแค่เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา หรือรองเท้าเท่านั้น แม้กระทั้ง “กรอบแว่น” ก็ ถูกนับรวมว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจในรูปทรงของมันเช่นกัน เห็นได้ชัดจากบรรดาร้านแว่นต่าง ๆ ได้ดีไซน์กรอบแว่นแนว ๆ แบบมีสไตล์ออกมาแข่งกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้กับลูกค้า ผู้รักแฟชั่นทั้งหลาย ซึ่งเราได้รวบรวมกรอบแว่นที่ได้รับความนิยมมาเผยให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกัน

กรอบหนา (Horn-rimmed Glasses)

กรอบหนา (Horn-rimmed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

กรอบหนา (Horn-rimmed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบหนา (Horn-rimmed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบแว่นชนิดนี้มีกรอบที่หนาและค่อนข้างใหญ่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งวัสดุที่นำมาทำกรอบส่วนใหญ่ทำมาจากพลาสติก โดยทุกวันนี้ทางผู้ผลิตแว่นต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้มีความหลากหลายและทันสมัย พร้อมเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นเด็กเนิร์ดสุดเท่ได้เลย

ทั้งนี้เจ้ากรอบ แว่นทรง Horn-rimmed นี้เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงปี 1930 จนกระทั่งในปี 1950 นายบัดดี้ ฮอลลี่ (Buddy Holly) นักร้องและนักแต่งเพลงหนุ่มชื่อดังในสมัยนั้น มักใส่แว่นทรงนี้อยู่เป็นประจำ ส่งผลให้แว่นได้รับความนิยมอย่างมากและใส่ตาม ๆ กันมา ส่วนในปัจจุบันก็มีเหล่าคนดังทั้งหลายเลือกใส่กรอบชนิดนี้อยู่เหมือนกัน เช่น ฟาร์เรล วิลเลี่ยม จอห์นนี่ เด็ปป์ เป็นต้น

กรอบครึ่งเฟรม (Browline Glasses)

กรอบครึ่งเฟรม (Browline Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบครึ่งเฟรม (Browline Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]แจ็ค โรห์บาช เป็นผู้คิดค้นกรอบครึ่งเฟรม นี้มาตั้งแต่ปี 1947 โดยให้ความรู้สึกในแนวเรโทร วินเทจ ซึ่งตัวกรอบนั้นจะมีเพียงแค่ครึ่งเดียวด้านบน ส่วนด้านล่างก็จะเปลือยให้เห็นถึงเลนส์แว่น เมื่อคุณลองใส่แล้วจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นหนุ่มที่ดูฉลาดเฉลียวและดูเนี้ยบ ข้อดีอีกอย่างของแว่นทรงนี้คือ สามารถผสมผสานเข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ได้สบาย ๆ ไม่ใช่แค่กับชุดแนววินเทจเท่านั้น

กรอบทรงนักบิน (Aviator Framed Glasses)

กรอบทรงนักบิน (Aviator Framed Glasses)  5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story] - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบทรงนักบิน (Aviator Framed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบทรงนักบิน (Aviator Framed Glasses)  5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆกรอบทรงนักบิน (Aviator Framed Glasses)  5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story] - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบทรงนักบิน เริ่มมีออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1938 โดยบริษัทชื่อดัง เรย์ แบน (Ray – Ban) ซึ่งแรก ๆ บางคนคิดว่ามันเป็นแว่นที่มีกรอบค่อนข้างใหญ่และรู้สึกเกะกะ แถมถ้าใส่แล้วก็กลัวจะดูแก่ แต่เพราะรูปทรงแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้ศิลปินชื่อดังทั้ง ไมเคิล แจ็กสัน หรือทอม ครูซ ต้องคว้ามาเป็นเจ้าของ

ส่วนใหญ่ตัวกรอบของมันทำจากโลหะที่มีความคงทน จึงไม่ต้องคอยระมัดระวังมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นหากต้องใส่หรือพกพาไปในการเดินทางที่ต้องอาศัยความสมบุกสมบันหน่อย ก็ถือว่าเหมาะทีเดียว

กรอบทรงกลม (Round-Framed Glasses)

กรอบทรงกลม (Round-Framed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

กรอบทรงกลม (Round-Framed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบทรงกลม (Round-Framed Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]กรอบทรงกลม อาจจะดูแล้วเชยเหมือนพวกเด็กเรียน ที่วัน ๆ เอาแต่นั่งท่องตำราเคร่งเครียด ใช่! มันทำให้คุณดูมีความรู้ราวกับเหล่านักคิด นักเขียน หรือแม้กระทั่งพ่อมดน้อยแฮรี่ พ็อตเตอร์!! ความจริงแล้ว กรอบทรงกลมนี้มีเสน่ห์มากกว่าที่คิด เห็นได้จากเดี๋ยวนี้ที่วัยรุ่นนำมาใส่กันเป็นแฟชั่น ทั้งแบบแว่นสายตาและแว่นกันแดด แถมมันทำให้คุณดูน่าค้นหา ว่ามีอะไรที่น่าสนใจอยู่ภายใต้แว่นเด็กเรียนนั้นหรือไม่

แว่นไร้กรอบ (Rimless Glasses)

แว่นไร้กรอบ (Rimless Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]

แว่นไร้กรอบ (Rimless Glasses) 5 กรอบแว่นสุดฮิตตลอดกาลสำหรับหนุ่ม ๆ - IGOTDIZ [street stylin' story]แว่นไร้กรอบ เป็นตัวเลือกที่ขาดไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน ด้วยความที่มันไม่มีกรอบ จึงทำให้มันดูทันสมัยมากขึ้น และไม่หนักมาก อีกทั้งยังทำให้คุณดูเป็นชายหนุ่มมาดนิ่ง ที่ดูสุภาพเรียบร้อย ซึ่งถ้าหากตัดสินใจที่จะเลือกใส่แว่นไร้กรอบ แนะนำให้เลือกเลนส์ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจะดูดีกว่าทรงกลมนะ แต่ทั้งที่ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย แต่ข้อเสียของมันคือ ต้องระวังรักษาเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่มีกรอบเพื่อคอยลดแรงกระแทก หรือเลนส์เป็นรอย ดังนั้นเวลาวางก็วางเบา ๆ หรือเก็บใส่กล่องแว่นทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ทีนี้ summer ปีนี้  ก็พอจะมีไอเดียเลือกแว่นมาใส่กันแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามลองเลือกใส่แบบที่ชอบชที่เข้ากับใบหน้าเรา และเข้ากับสไตล์การแต่งตัวของเรา แค่นี้หน้าร้อนปีนี้เราก็เฟี้ยวไม่แพ้ใครแล้วครับ

Source: Kapook.com

New Preduce X TRK t-shirts now available

New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]

New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]

Preduce X TRK Logo t-shirt
Price: 690 THB

Sizes available:

S, M, L, XL, XXL

New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]

New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]

Preduce X TRK Medusa t-shirt
Price: 690 THB

Sizes available:

S, M, L, XL, XXL
New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]

New Preduce X TRK t-shirts - IGOTDIZ [street stylin' story]
Preduce X TRK Alien t-shirt

Price: 690 THB

Sizes available:

S, M, L, XL, XXL
Available now in all our stores.

Also available through phone order.

Please call any of our shop to place an order:

Preduce Siam: 08 6045 5784

Preduce Esplanade: 08 4336 8714

Preduce Chiang Mai: 08 2901 7890

Source: Preduce

Hipster แบรนด์ดิ้ง– รีดีไซน์ Brand Logos

Image

Dave Spengeler ได้เปิดตัวแบรนด์ Hipster Tumblr โดยใช้ไอเีดียสุดจ๊าบในการนำโลโก้ของแบรนด์ดังต่างๆที่มีชื่อเสียงกลับมาให้มีชีวิตชีวาใหม่ขึ้นด้วยยการใช้ฮิปไอคอน,แบบอักษรและองค์ประกอบต่างๆมาใช้ให้กับ Anchors, mustaches, Helvetica, Big Xs นอกเหนือจากโลโก้ใหม่สำหรับ Nivea, Coca-Cola, Heinz, Apple, IKEA และอื่นๆเราเชื่อว่าจริงๆแล้ว Spengeler นั้นตั้งใจที่จะเสียดสีีแบรนด์โลโก้ปัจจุบันของของแบรนด์ยักษ์เหล่านี้

ลองดูที่โลโก้ที่เขาออกแบบใหม่ดูนะคับ

ImageImageImageImageImageImageImageImageImageImage

Designer Dave Spengeler had a great idea and launched the Hipster Branding Tumblr. Basically the idea is to bring logos of famous brands back to life, using currently hip icons, fonts and design elements. Anchors, mustaches, Helvetica, big Xs are all in there and aside from the new logos for Nivea, Coca-Cola, Heinz, Apple, IKEA and others not looking bad, we believe that Spengeler is actually being ironic and is making fun of the current state of design in some regard.

Take a look at some logos that he redesigned after the jump.

ประวัติ ยีนส์ Wrangler

ประวัติยีนส์ Wrangler - IGOTDIZ [street stylin' story]

Wrangler เป็นยีนส์ของบริษัทที่ชื่อว่า Bluebell ในเมือง Greensboro ในรัฐ North Carolina เมือง Greensboro เป็นเมืองธุรกิจ ใหญ่เป็นอันดับสองของรัฐ (รองจากเมือง Charlotte) เมืองนี้เป็นเมืองแฝดสาม (เรียกว่า Triad Area) คู่กับเมือง Highpoint และเมือง Winston-Salem (ที่เป็นที่ตั้งบริษัท RJ Reynold ที่ทำบุหรี่นั่นแหละ) ถ้านับสามเมืองรวมกันแล้วก็ต้องนับว่าเป็นเมืองใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มทีเดียว

เดิมทีเดียวบริษัทนี้ไม่ได้ชื่อว่า Bluebell หรอก มันก่อตั้งในช่วงปี 1900 (บวกลบไม่เกิน 5 ปี) โดย C.C. Hudson ตะแกย้ายมาจาก Tennessee มาตั้งรกรากที่ Greensboro และตั้งบริษัทชื่อ Hudson Overall Company

Overall เนี่ยคือชุดเอี๊ยมที่ฝรั่งชอบใส่กันน่ะ เป็นกางเกงเอี๊ยมที่เดี๋ยวนี้ก็ยังใส่กันอยู่ (เมื่อคืนดูละคร หงษ์ฟ้ากะสมหวัง นางเอกก็ยังใส่เลย เท่ชมัด) สมัยก่อนคนนิยมใส่ Overall ทำฟาร์มกันนะ เดี๋ยวนี้ก็ยังนิยมใส่กันอยู่

บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก Hudson Overall Co, เป็น Bluebell Overall Co. ในปี 1919 พร้อมกับการสร้างโรงงานใหม่ใหญ่โต แล้วในปี 1926 บริษัทชื่อ Big Ben ก็เข้าซื้อกิจการของ Bluebell Overall แล้วควบกิจการกันและเปลี่ยนชื่อเป็น Bluebell เฉยๆ Hudson ก็เริ่มวางมือจากบริษัทหลังจากนั้น เพราะสุขภาพเริ่มไม่ค่อยจะดี (น่าจะเป็นข้อแก้ตัวมาตรฐานนะ) ถึงตอนนี้ ยีน Wrangler ยังไม่เกิดเลย


ยีน Wrangler มาเกิดก็อีตอนที่ Bluebell เข้าไปซื้อกิจการของ Casey Jones Workclothes Co. ในปี 1943 Casey Jones เป็นเจ้าของยี่ห้อ Wrangler แต่จดชื่อเอาไว้เฉยๆ แทบจะไม่ได้เคยทำอะไรกับชื่อนี้เลย Bluebell ก็เลยเอามาใช้ เพราะชื่อมันเข้าเค้ากับ Rodeo ซึ่งเป็น Target group ของบริษัทมาก

ชื่อของกางเกงยีนส์ Wrangler มาดังเอาระเบิดเถิดเทิงในช่วงปลายทศวรรษ 1940 (ประมาณ 1946-1949 เนี่ยแหละ) เมื่อกางเกงรุ่น 13MWZ ที่ออกแบบโดย Rodeo Ben วางตลาด กางเกงรุ่นนี้เป็นยีนรุ่นแรกที่ใช้ซิป ไม่ใช้กระดุม นัยว่าออกแบบสำหรับพวก Rodeo โดยเฉพาะ คือ เวลาขี่ม้าพยศเนี่ย พวก Rodeo จะต้องจับเขาบนอานม้า (เรียกว่า steer horn) ซึ่งอยู่ตำแหน่งใกล้เป้ามาก บางทีไอ้เจ้า steer horm มันก็ไปเกี่ยวกับช่องระหว่างกระดุมตรงเป้า ทำให้เสียการทรงตัวไป กางเกงรุ่นนี้ใช้ซิปเลยไม่มีปัญหานี้ และเป็นที่นิยมของพวก Rodeo ดังๆเป็นอย่างมาก ยีนส์ Wrangler ยังได้รับการ endorsed โดย Professional Rodeo Cowboys Association ด้วย

สมัยผมเรียนหนังสืออยู่ที่อเมริกา เคยไปซื้อเสื้อผ้าที่ Factory Outlet ของ Bluebell บ่อยๆ ของดีมีตำหนินิดหน่อย (แทบมองไม่เห็น) แต่ราคาถูกเหลือแสน

แต่ทุกวันนี้ไม่มีบริษัท Bluebell แล้วครับ เพราะถูกซื้อกิจการโดยบริษัท VF Corporation ไปแล้ว แต่ Wranger jeans ยังคงอยู่ และโรงงานก็ยังคงอยู่ที่เมือง Greensboro เหมือนเดิมครับ

ประวัติยีนส์ Wrangler - IGOTDIZ [street stylin' story]

ประวัติยีนส์ Wrangler - IGOTDIZ [street stylin' story]
ประวัติยีนส์ Wrangler - IGOTDIZ [street stylin' story]

ใครมาพ่น ขู่ หน้าร้าน URFACE??!!

URFACE ARTIST SERIES - IGOTDIZ [street stylin' story]

URFACE หลายๆคนคงรู้จักแบรนด์นี้กันบ้างแล้ว URFACE  เป็นแบรนด์กระเป๋า และ Accessories ที่เป็นอีกหนึ่ง streetwear brand ของไทย คุณภาพสากล ด้วย design ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการใส่ใจในรายละเอียดในตัวสินค้าทุกชิ้น และเป็นอีกแบรนด์โปรดของผมเลย

ล่าสุด เออเฟสเพิ่งออก Series ล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า URFACE ARTIST SERIES : MAKE ART NOT BAG ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการสร้างสถานะการณ์ที่น่าสนใจ และเป็นที่ตกใจให้กับหลายๆคนเมื่อมีการพ่นคำขู่หน้าร้าน เป็นการเพิ่มสีสันให้กับ street fashion ของไทยได้เป็นอย่างดีเลย ผมเชื่อว่า Series นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่ง Series ที่ขายดีเช่นเคย

URFACE BAG AND ACCESSORIES - IGOTDIZ [street stylin' story]

URFACE BAG AND ACCESSORIES - IGOTDIZ [street stylin' story]

เรามีรู้จักเออเฟสกันเล็กน้อยกันดีกว่าครับ แบรนด์กระเป๋า และ Accessories แนวใหม่…ที่นำเอางานศิลปะ มาเปลี่ยนเป็นงานแฟชั่นที่มีลายเฉพาะหนึ่งเดียวในโลก เกิดขึ้นโดยสอง Graphic Designer ที่มีชื่อเสียง อย่าง”Mamafaka” และ “Rukkit” พร้อม “Joker” ที่ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น International Streetwear Brand Manager++โดยนำผลงานศิลปะและแรงบันดาลใจของศิลปินทั้งสองตลอดระยะเวลา 10 ปี มาดีไซน์ให้อยู่กับแฟชั่นใกล้ๆ ตัว ด้วยการปรินท์สกรีนผ่านวัสดุนำเข้าคุณภาพสูง ผ่านหมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

URFACE BAG AND ACCESSORIES - IGOTDIZ [street stylin' story]

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือคันมืออยากเป็นเจ้าของสักใบแล้ว link ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

W:  www.urfacestore.com/
FB: /urfacestore
Shop: URFACE STORE, SiamSquare Soi10, Bangkok