History of Nike Air Force 1’s

History of Nike Air Force 1 - IGOTDIZ [street stylin' story]

หลังจาก Nike Air force 1  sneaker คู่โปรดของใครหลายๆคนเพิ่งออก Nike Air Force 1 Low 30th Anniversary ไปหมาดๆ เรามาดูจุดกำเนิดของ AF1 กันดีกว่า

Advertisements

ประวัติ ”Sanuk (สนุก)” รองเท้าแบรนด์ฝรั่งแต่ชื่อไทย

shoe-sanuk
ถ้าโลกนี้ขาดซึ่งรอยยิ้มและความสนุก ชีวิตคงน่าเบื่อน่าดูว่าไหม?
ยิ่ง พวกเราที่อาศัยอยู่ในประเทศ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “LAND OF SMILE” รอยยิ้มและความสนุกสนาน จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย และ สิ่งนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจข้ามน้ำข้ามทะเลให้คนที่อยู่อีกมุมโลกหนึ่ง เกิดไอเดียในการสรา้งสรรค์แบรนด์ รองเท้าภายใต้สัญลักษณ์แห่งรอยยิ้มที่ชื่อว่า “SANUK” รองเท้าที่สนุกที่สุดคู่หนึ่งที่โลกเคยมีมา ความสนุกของ “SANUK” เกิดมาจากวัฒนธรรมการเล่นเซิรฟ์ ไลฟ์สไตล์มันๆของคนที่ชอบสายลมแสงแดดและคลื่นลูกโต ด้วยความเรียบง่ายสบายๆ ของการแต่งตัว แต่มีหลากหลายแนว ทำให้กลายมาเป็นกระแสแฟชั่นหลักของผู้คนทั่วไป อย่างง่ายดาย และสิ่งหนึ่งที่บรรดานักโต้คลื่นขาดไม่ได้คือ รองเท้าแตะหรือรองเท้าลำลองสวยๆนั่งเอง แล้วความสนุกของรองเท้า สไตล์นี้ก็ทำให้ JEFF KELLEY ชายผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใคร เกิดๆอเดียในการทำรองเท้าแตะ และรองเท้าลำลอง ที่แตกต่างจากรองเท้าสไตล์เซริฟ์ทั่วไป เขาเริ่มต้นกิจการรองเท้าเล็กๆในปี 1997 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ภายใต้ ชื่อว่าSANUK อ่านออกเสียงว่า “สะ-หนุก” ซึ่งมาจากคำว่า “สนุก” ในภาษาไทย โดย JEEF KELLEY ได้ชื่อนี้จากการที่ได้มาใช้ชีวิตในเมืองไทย และหลงรักในความเป็น “LAND OF SMILE” ที่ที่ผู้คนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุก

ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของคอนเซ็ปท์ ในการออกแบบรองเท้าของเขาจนได้รับรางวัลรองเท้ายอดเยี่ยมในอเมริกา (FOOTWEAR AWARD) 2ปีติดๆกันนั่นเอง และทำให้คำว่า “สนุก” กลายเป็นคำไทยที่คนทั่วโลกรู้จักเช่นเดียวกับคำว่า “สวัสดี” และ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อแบรนด์ชื่อ “สนุก” การออกแบบของ SANUK ก็ต้องสนุกตามชื่อไม่ว่าจะเป็นโฆษณา โปสเตอร์ก็ล้วนแต่ เป็นกราฟิคสไตล์ COLLAGE มันๆล้อลเียนขำๆทั่งนั้นรวมถึงตัวรองเท้าเองด้วย ที่พวกเขาให้คำจำกัดความว่าshoe-sanuk

THESE ARE NOT SHOES THEY ARE SANDALS

“THESE ARE NOT SHOES THEY ARE SANDALS” เป็น การบ่งบอกว่า SANUK เป็นรองเท้าที่ใส่สบายและสามารถ สวมใส่ได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งการออกแบบนั้นได้เล่นสนุกกับรองเท้าคลาสสิคทรงต่างๆที่เราคุ้นเคย เช่น SLIP ON,BOAT SHOE ,MOC TOE,SLIPPER นำมาสร้างสรรค์เป็นรองเท้าลำลองประเภท SIDEWALK SURFERS ที่สามารถสวมใส่ในชีวิต ประจำวันได้ทุกวัน ออกมาอารมณ์กวนๆมันๆเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกเทรนด์รองเท้าประเภทนี้ เลยก็ว่าได้ นอกจากความกวนแล้ว มันยังถูกออกแบบให้ใส่สบาย สวมง่าย ถอดง่าย มีความยืดหยุ่นในการสวมใส่สูงเพราะไม่มีโครงหรือดันทรงอะไรขัดแบบ รองเท้ากีฬาอื่นๆ อยากจะเหนียยบส้นเป็นรองเท้าแตะก็ได้เต็มที่ และกระบวนการผลิตล้วนแล้วแต่ทำด้วยมือทั้งสิ้น(HANDMADE) งานจึงออกมาประณีตมากๆ ซึ่งจุดเด่นอีกอย่างของ SANUK อยุ่ที่วัสดุที่ใช้จะเป็น ORGANIC ที่ไม่มีสารพิษตกค้างทำให้ใส่แล้วไม่ระคายเคืองผิวหนัง ที่สำคัญยังใช้วัสดุหลากชนิด เช่น HEMP,หนังกลับ,ผ้าใบ,หนัง,และผ้าสาน(WOVEN)ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนพื้นรองเท้าจะมีรูปทรงที่กว้างกว่ารองเท้าปกติ ทำจากโฟมนำ้หนักเบา ที่มีความยืดหยุ่น สูง บุด้วยฟองน้ำบางๆ และผ้าอีกชั้นทำให้รู้สึกนิ่มมากๆเหมือนดินบนหญ้านุ่มๆ นอกจากนี้ยังเสริมความทนทานด้วยพื้นยางที่ใต้รองเท้าด้วย ซึ่งในแต่ละรุ่นก็จะมีชนิดพื้นยางและลวดลายแตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า AEGIS มาช่วยป้องกันแบคทีเรียที่เกิดจากการใส่รองเท้า ของเราได้อีกต่างหาก รองเท้า SANUK ทุกรุ่นที่ออกแบบมาล้วนแล้วแต่มีเรื่องราว มีที่มาและแรงบันดาลใจในการออกแบบแตกต่างกันไป รองเท้าประเภท SIDEWALK SURFERSshoe-sanuk รุ่น เจ๋งๆของ SANUK อย่างเช่น SCURVY รองเท้าทรง BOAT SHOE เท่ๆหลากสีสัน รุ่นต่อมาคือ OUTLAW ทรงแบบหุ้มข้อ และที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ DONNY ที่มีชื่อเรียกตามการ โดยเน้นที่ความหลากหลายของผ้าชนิดต่างๆ เป็นหลัก ซึ่งก็มีผ้าหลายชนิดทั้งที่เราพบเห็นทั่วไป และผ้าที่เคยมีใครใช้ทำรองมาก่อนในโลกนี้ นอกจากรองเท้าที่เรียกว่า SIDEWALK SURFERS แล้ว SANUK ยังผลิตรองเท้าหน้าตาประหลาดๆไม่เหมือนใครออกมาอีกด้วย อย่างรุ่น BEER COZY รองเท้าแตะหนีบใส้สบายที่สุดในโลก โดยได้แรงบันดาลใจมาจากฟองเบียร์หรือจะเป็นรุ่น FUR REAL รองเท้าแตะที่เสริมความนุ่มด้วยการบุขน FUR ลงไปเรียกได้ว่าแต่ละรุ่นมีเรื่องราว ที่มาที่ไป น่าสนใจจริงๆ

       JEFF KELLEY

 

Source: Sanuk Thailand

ประวัติของ G-Shock

ประวัติ G-Shock - IGOTDIZ [street stlyin' story]

บางครั้งจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างอาจจะเริ่มต้นขึ้นได้ด้วยความประหลาดใจ เช่นดังตัวอย่างของ บริษัทนาฬิกา Casio เป็นต้น ถ้าให้คุณเดาว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของ Casio คืออะไร คุณอาจจะคิดว่าเป็นเครื่องคิดเลขหรือไม่ก็ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอิเลคทรอนิคส์ทั่วๆ ไป คุณคิดผิด!!! บริษัท Casio ก่อตั้งขึ้นโดย มิสเตอร์ Tadao Kashio ในปี ค.ศ. 1946 ซึ่งเข้าใจได้ว่าก่อตั้งขึ้นนั้นภายหลังประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเข้าร่วม สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง ณ. ตอนนั้นสถานการณ์ทางการเงินในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างย่ำแย่มาก เมื่อมิสเตอร์ Kashio เริ่มงานในบริษัทของเขา เขาเป็นเพียงวิศวกรประกอบซึ่งคาดหวังว่าอยากหาเวลาพักผ่อนยาวๆ สำหรับตัวเขาเอง

แต่การหาเวลาพักผ่อนสำหรับ เขานั้นไม่มีใครเหมือน เพราะ มิสเตอร์ Tadao Kashio ได้ใช้เวลาว่างในการพักผ่อนทำการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขาเองขึ้นมา ชิ้นแรกเรียกว่า Yubiwa Pipe โดยมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้เตือนเวลาบนนิ้วมือคน โดยมันถูกใช้เพื่อคอยคีบบุหรี่ เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่สามารถสูบบุหรี่จนถึงก้นกรองได้โดยไม่ต้องใช้มือคอยจับ บุหรี่อันเนื่องมาจากความร้อน ซึ่งทำให้คนงานสามารถที่จะสูบบุหรี่ได้โดยมือทั้งสองข้างยังคงทำงานได้อย่าง ต่อเนื่อง ไม่ต้องคอยมาจับบุหรี่ซึ่งถือว่าเป็นการลดเวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์มาก

คงจะเห็นได้แล้วว่า Mr. Kashio เป็นนักประดิษฐ์ผู้สร้างสรรค์ เขาจึงมักจะค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ของเขาเสมอ และแล้วที่งานแสดงสินค้าที่ เมือง Ginza ประเทศญี่ปุ่นในปี 1949 เขาก็คิดค้นเครื่องคิดเลขซึ่งมียอดขายตาม yubiwa pipe มาติดๆ ตัวเขาและพี่น้องต่างก็พากันทดลองเพื่อสร้างสรรค์เครื่องคิดเลขของพวกเขาเอง ขึ้นมา และอีกไม่นานนัก Casio ก็เปิดตัวเครื่องคิดเลขสายพันธุ์ใหม่ในปี 1954 ซึ่งเป็นเครื่องคิดเลขแบบแรกที่ใช้ ขดลวด solenoids และยังมีแป้นพิมพ์ของตัวเลข 10 หลัก และมีหน้าจอเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีถึงสามหน้าจอ และในปี 1957 Casio ก็ได้เปิดตัวเครื่องคิดเลขรุ่น Model 14-A ซึ่งเป็นเครื่องคิดเลขอิเลคโทรนิคสมบูรณ์แบบเครื่องแรกที่ใช้เทคโนโนยี relay และในปีเดียวกันนั้นเองยังเป็นปีที่บริษัท Casio Computer ได้รับการก่อตั้งขึ้น

ประวัติ  G-Shock - IGOTDIZ [street stlyin' story]

บริษัทฯ เปิดตัวนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกในตลาดเดือนพฤศจิกายนปี 1974 ในขณะที่ตลาดเองในขณะนั้นเพิ่งจะค้นพบเทคโนโลยีดิจิตอลขึ้นซึ่งทางบริษัทเอง เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถพัฒนานาฬิกาที่จะเป็นผู้นำตลาดได้

นาฬิกาที่เป็นที่จดจำได้ มากที่สุดคงหนีไม่พ้นนาฬิกาเครื่องคิดเลขที่ทางบริษัทผลิตขึ้น ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือที่มีทั้งการทำงานแบบนาฬิกาที่มาพร้อมกับแป้นพิมพ์ตัว เลขขนาดจิ๋วละม้ายคล้ายคลึงเครื่องคิดเลข ซึ่งเหมาะกับความต้องการอย่างมาก สำหรับอาจารย์ที่สอนคณิตศาสตร์ โดยที่จะสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ทุกทีโดยไม่ต้องพกพาและสามารถที่จะช่วย เหลือนักเรียนที่ไม่ค่อยคล่องกับด้านตัวเลขอีกด้วย

นอกจากนาฬิกา เครื่องคิดเลขแล้วคาสิโอยังพัฒนานาฬิกาข้อมือไปอีกระดับด้วยการสร้างสรรค์ นาฬิกาข้อมือที่สามารถให้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการให้กับผู้เป็นเจ้าของ เช่น บอกเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละ time zone บอกสภาพอากาศ อุณหภูมิ และความดัน นักปีนเขาก็มักจะชอบรุ่นที่สามารถบอกระดับความสูงได้ ในขณะที่ผู้ผลิตนาฬิการายอื่นยังคงนำเสนอรายละเอียดของนาฬิกาข้อมือในแบบ เดิมๆ คาสิโอก็ยังคงนำเสนอรูปแบบของนาฬิกาที่หลากหลายพร้อมการใช้งานที่น่าสนใจใน รูปแบบนาฬิกาข้อมือแบบดั้งเดิม

ประวัติ  G-Shock - IGOTDIZ [street stlyin' story]ประวัติ  G-Shock - IGOTDIZ [street stlyin' story]

Source : Thai Casio